เปรียบเทียบ NGV กับ LPG

Aside

ความแตกต่างระหว่างก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Vehicles: NGV)
และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG)

ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซมีเทน (Methane) เป็น ส่วนใหญ่ จึงเป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ การขนส่งไปยังผู้ใช้จะขนส่งผ่านทางท่อในรูปก๊าซภายใต้ ความดันสูง จึงไม่เหมาะสำหรับการขนส่งไกลๆ หรืออาจบรรจุใส่ถังในรูปก๊าซธรรมชาติอัดโดยใช้ความดันสูง หรือที่เรียกว่า CNG แต่ปัจจุบันมีการส่งก๊าซธรรมชาติในรูปของเหลวโดยทำก๊าซให้เย็นลงถึง –160 องศา เซลเซียส จะได้ของเหลวที่เรียกว่า Liquefied Natural Gas หรือ LNG ซึ่งสามารถขนส่งทางเรือไปที่ไกลๆ ได้ และเมื่อถึงปลายทางก่อนนำมาใช้ก็จะทำให้ของเหลวเปลี่ยนสถานะกลับเป็นก๊าซ อย่างเดิม ก๊าซธรรมชาติมีค่า ออกเทนสูงถึง 120 RON จึงสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ได้
ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซโพรเพน (Propane) เป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศ โดยตัว LPG เองไม่มีสี ไม่มีกลิ่นเช่นเดียวกับก๊าซธรรมชาติ แต่เนื่องจากเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศจึงมีการสะสมและลุกไหม้ได้ง่าย ดังนั้น จึงมีข้อกำหนดให้เติมสารมีกลิ่น เพื่อเป็นการเตือนภัยหากเกิดการรั่วไหล LPG ส่วนใหญ่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือนและกิจการอุตสาหกรรม โดยบรรจุเป็นของเหลวใส่ถังที่ทนความดันเพื่อให้ขนถ่ายง่าย นอกจากนี้ ยังนิยมใช้แทนน้ำมันเบนซินในรถยนต์ เนื่องจากราคาถูกกว่า และมีค่าออกเทนสูงถึง 105 RON

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของ NGV กับ LPG
 

 คุณสมบัติ  NGV LPG
 สถานะปกติ  ก๊าซ (เบากว่าอากาศ)  ก๊าซ (หนักกว่าอากาศ)
 จุดเดือด (องศาเซลเซียส)  -162  -50 – 0
 อุุณหภูมิจุดระเบิดในอากาศ (องศาเซลเซียส)  540  400
 ช่วงติดไฟในอากาศ (ร้อยละโดยปริมาตร)  ค่าสูง  15  15
 ค่าต่ำ  5  1.5
 ค่าออกเทน 1/  RON2/  120  105
 MON3/  120  97

หมายเหตุ
1. ค่าออกเทน (Octane number) หมายถึง หน่วยการวัดความสามารถ ในการต้านทานการน็อคของเครื่องยนต์
2. RON (Research Octane Number) เป็นค่าออกเทนที่มีประสิทธิภาพต่อต้านการน็อคในเครื่องยนต์หลายสูบ ที่ทำงานอยู่ในรอบของช่วงหมุนต่ำ โดยใช้เครื่องยนต์ทดสอบมาตรฐานภายใต้สภาวะมาตรฐาน 600 รอบ ต่อนาที
3. MON (Motor Octane Number) เป็นค่าออกเทนที่มีประสิทธิภาพต่อต้านการน็อคในเครื่องยนต์หลายสูบ ในขณะทำงานที่รอบสูง โดยใช้เครื่องยนต์ทดสอบมาตรฐานภายใต้สภาวะมาตรฐาน 900 รอบต่อนาที
ที่มา ปตท.

โดย เว็บมาสเตอร์ (Saturday, July 26, 2008)


รถจมน้ำทำอย่างไร

Aside

Subject: รถจมน้ำ..ทำไงให้รอด 

>>”ฮัลโล”…”พ่อช่วยด้วย ! รถกำลังจะจมน้ำ”…
>>”หนูอยู่ที่ไหนลูก!!”…
>>”ตู๊ดดดดดดดดดด

>>ถ้าคุณเป็นพ่อคงจะหัวใจแทบสลาย …….หลังจากสายโทรศัพท์ตัด
>>เขาก็รีบบึ่งรถไปตามเส้นทางที่เมียรัก
>>ซึ่งขับรถพาลูกสาวเข้าไปในตัวเมือง
>>แหล่งน้ำทุกแหล่งที่อยู่ข้างทาง เขาลงไปหาดูหมด ………
>>สอบถามคนข้างทางแทบทุกคน ว่าเจอรถ CRV ที่มีผู้หญิงนั่งมา 2 คนหรือปล่าว ?

>>อ นิ จ จ า ก ว่ า จ ะ พ บ ก็ ส า ย ไ ป เ สี ย แ ล้ ว

>>ลูกแก้วเมียขวัญที่เขารักสุดชีวิต ต้องจากเขาไป
>>ก่อนหน้านั้นเขาก็มีความรู้สึกเช่นนี้อยู่บ้าง
>>เมื่อลูกสาวอันเป็นที่รักของเขา
>>จะต้องจากบ้านเกิดที่ขอนแก่น ไปเรียนที่ลาดกระบังเพราะพึ่งเอ็นส์ติด
>>แต่ใครจะคาดคิดว่า จะต้องจากไปชั่วนิรันดร์อย่างนี้
>>

>>เปิดประตูลำบากครับ นึกถึงพายที่เราพายเรือซีครับ ต้องแหวกน้ำน่ะ

>>หนักขนาดไหน
>>นี่ประตูทั้งบาน หนักกว่าพายขนาดไหน
>>
>>กดกระจกลงครับ ไฟฟ้าไม่ได้ช็อตเพราะตกน้ำ เนื่องจากเป็นไฟ DC

>>ยังใช้ได้อยู่ไม่น้อยกว่า 5-10 นาทีแน่นอน กดกระจกลง
>>แล้วออกมาทางหน้าต่างนั่นแหละครับ แต่ก่อนกดกระจกลงน่ะ
>>อย่าลืมเอาเข็มขัดนิรภัยออกเสียก่อน ไม่ต้องไปห่วงเรื่องเปิดประตู
>>ทำไม่ได้หรอกครับ กระจกไฟฟ้านี่แหละ เอาลงง่ายกว่าหมุนเสียอีก
>>
>>ผมไม่อยากใช้ชื่อนี้ในนี้ ไม่อยากเข้ามาตอบกระทู้ด้วยซ้ำ

>>แต่คราวนี้จำเป็นครับ
>>ผมไม่อยากให้คนไทยพวกเราต้องเสียชีวิต เพราะไม่ทันคิด
>>กับการเปิดประตูรถที่จมน้ำอีกแล้ว เลยจำเป็นต้องมาเตือนกันเท่านั้น

>>มีการพิสูจน์กันแล้ว ใน LA สหรัฐอเมริกา
>>ใช้ตำรวจกับรถยนต์ที่ยกลงไปในสระน้ำ
>>ให้ตำรวจอีกสองคน ไปช่วยกันเปิดประตูจากด้านนอก เปิดไม่ออก
>>ใช้ตำรวจตัวใหญ่
>>ใส่ชุดมนุษย์กบอยู่ในรถ ผลักประตูก็ไม่ออก ต้องออกทางกระจกอย่างเดียว
>>ไม่ต้องทุบ เพราะทุบก็แตกยาก และแตกแล้วก็จะมีเศษกระจก
>>เข้าไปบาดหน้าตาคนทุบ

>>กดกระจกลงให้หมดอย่างเดียว รอดแน่ ถ้ามีสติ

>>ทุกท่านครับ มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลาน เกี่ยวกับเหตุการแบบนี้
>>วันหนึ่งจะแก้ไขได้ ถ้าเราบอกทุกคนในครอบครัวว่า…… ถ้ารถตกน้ำ
>>สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนที่รถจะเริ่มจม ตั้งสติ
>>และไขกระจกลงให้เร็วที่สุด
>>เพื่อที่น้ำ จะได้เข้ามาในตัวรถ
>>อากาศที่อยู่ในรถจะถูกแทนที่ด้วยน้ำ…
>>แล้วกั้นหายใจพยายาม เปิดประตูออกไป จะเปิดได้ง่ายกว่า

>>แรงดันในรถจะลดลง
>>อย่าเสียเวลาทุบกระจก เพราะน้ำจะดันกระจกด้านนอกไว้
>>เหมือนคนดันประตูที่เราพยายามจะผลักออกไป.. คนที่เคยรอดชีวิตออกมา

>>เขาเล่าให้ผมฟัง เป็นวิศวะกร ขับรถกระบะ ตกไปในน้ำ พยายามทุบกระจก
>>ด้วยโทรศัพท์รุ่นกระบอกน้ำสมัยนั้น แต่ไม่สำเร็จ
>>เลยไขกระจกตอนที่น้ำกำลังท่วมมาจนถึงหูจับประตู พอไขกระจก
>>น้ำก็เริ่มเข้ามา
>>เขาจึงเปิดประตูออกมาได้…..